สั่นคลอนวงการลูกหนัง! 'เสี่ยถวี' ถวายคำท้าชิงเก้าอี้นายก VFF
วงการฟุตบอลเวียดนามกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อ 'เหงียน ดึ๊ก ถวี' นักธุรกิจและนายธนาคารชื่อดัง ประกาศลงสมัครชิงตำแหน่งประธานสหพันธ์ฟุตบอลเวียดนาม (VFF) อย่างเป็นทางการ กลายเป็นแคนดิเดทคนที่สามที่เข้ามามั่นดวลกับผู้นำเดิมอย่าง เจิ่น กว๊วก ตวั๋น และ เหงียน ซวน หวู ซึ่งถือเป็นการเปิดฉากสงครามความคิดในการบริหารวงการลูกหนังครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศ
นโยบายพลิกเกม: เลิกพึ่งงบรัฐ ดันรายได้โต 3 เท่า
จุดขายหลักของ 'เสี่ยถวี' คือการประกาศใช้ระบบการเงินแบบพึ่งพาตนเอง 100% โดยเสนอให้หยุดรับงบประมาณอุดหนุนจากรัฐบาลที่มีมูลค่าราว 80,000 ล้านดองต่อปี เพื่อให้หน่วยงานของรัฐนำเงินส่วนนี้ไปสนับสนุนกีฬาชนิดอื่นที่หวังเหรียญรางวัลในเวทีเอเชียนเกมส์และโอลิมปิกแทน พร้อมตั้งเป้าเพิ่มรายได้ของสมาคมให้สูงขึ้นถึง 3 เท่าภายในระยะเวลาไม่นาน
ในด้านการเงินภายในองค์กร เขาชูนโยบายความโปร่งใสโดยจะเปิดเผยรายรับ-รายจ่ายต่อสาธารณะ และดึงบริษัทตรวจสอบบัญชีระดับท็อปของโลก (Big Four) เข้ามาตรวจสอบงบการเงินทุกบัญชี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แฟนบอลและสปอนเซอร์อีกครั้ง
อัดฉีดเงินให้สโมสร ขยายลีกสู่ระดับภูมิภาค
สำหรับระบบแข่งขันภายในประเทศ ถวีเสนอแผนขยายขนาดลีกสูงสุด V.League 1 จาก 14 ทีม เป็น 16-18 ทีม และ V.League 2 เป็น 18-20 ทีม รวมถึงยกระดับลีกหญิงให้มีทีมมาตรฐาน 8-10 ทีม เพื่อเพิ่มโอกาสให้นักเตะดาวรุ่งได้ลงสนามมากขึ้น
สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดคือแผนจัดสรรเงินสนับสนุนโดยตรงให้สโมสร โดยทีมใน V.League 1 จะได้รับทีมละ 3,000 ล้านดองต่อฤดูกาล (ประมาณ 4 ล้านบาท) ส่วนทีมใน V.League 2 และทีมหญิงจะได้รับทีมละ 2,000 ล้านดอง นอกจากนี้ยังมีงบสนับสนุนสมาคมฟุตบอลท้องถิ่นอีกปีละ 2,000-3,000 ล้านดอง ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากเมื่อเทียบกับมาตรฐานเดิม
แผนการนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ที่ต้องการทำให้ฟุตบอลเวียดนามมีความยั่งยืนทางการเงินและสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งขึ้นจากฐานราก
ยกระดับบุคลากรสู่เวทีโลก และการเลือกตั้งครั้งสำคัญ
ในมิติของทรัพยากรมนุษย์ ถวีเสนอปรับฐานเงินเดือนบุคลากรของ VFF ขึ้นอีก 2-3 เท่าตามความสามารถ เพื่อรักษาคนเก่งไว้กับองค์กร พร้อมตั้งเป้าปั้นบุคลากรฟุตบอลเวียดนาม 5-10 คน ให้ได้เข้าไปทำงานในองค์กรระดับนานาชาติอย่าง AFF, AFC และ FIFA รวมถึงผลักดันผู้ตัดสินเวียดนาม 10-20 คน สู่ระดับทวีป
การต่อสู้ชิงเก้าอี้ผู้นำครั้งนี้จะถึงจุดจบในการเลือกตั้งที่จัดขึ้นในกรุงฮานอยช่วงเดือนมกราคม 2027 ซึ่งไม่ว่าใครจะชนะ ผลลัพธ์จากนโยบายที่เสนอมาเหล่านี้จะส่งผลโดยตรงต่อทิศทางของฟุตบอลเวียดนามในปีข้างหน้า เราคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดว่าแนวคิดเชิงพาณิชย์นี้จะถูกนำไปปฏิบัติจริงได้มากน้อยเพียงใด
สำหรับแฟนบอลที่อยากติดตามความเคลื่อนไหวของวงการกีฬาและฟุตบอลอย่างใกล้ชิด สามารถหาข้อมูลและอัปเดตข่าวสารได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่ BETFLIX SLOT แหล่งรวมข้อมูลกีฬาและสาระบันเทิงที่ครบวงจร
เรียบเรียงจากข้อมูลข่าวของ goal.com — อ่านต้นฉบับได้ที่แหล่งข่าว